Author - admin

ทำความรู้จักรอยคล้ำใต้ตา 3 ประเภท และวิธีรับมือ 

รอยคล้ำใต้ตา ทำให้สาวๆ ดูเหนื่อยล้า หรือดูเหมือนนอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอตลอดเวลา สาเหตุของการเกิดรอยคล้ำใต้ตา เนื่องจากลูกตาของเรานั้นถูกหุ้มด้วยชั้นไขมันนุ่มๆ ทำหน้าที่เหมือนเบาะกันกระแทก และมีเปลือกตาทำห้าที่รองรับลูกตาเอาไว้ ซึ่งเปลือกตาเป็นผิวหนังส่วนที่บางที่สุดในร่างกาย มีต่อมไขมันน้อย จึงเป็นส่วนที่แห้งง่าย ในขณะที่ผิวหนังบริเวณแก้มมีความหนา มีไขมันใต้ผิวมากกว่า จึงทำให้เกิดเส้นรอยต่อระหว่างขอบตาล่างกับแก้ม และกลายเป็นรอยคล้ำใต้ตาในที่สุด   นอกจากนี้เมื่อผิวหนังถูกเสียดสี ก็จะยิ่งกระตุ้นให้เม็ดสีฝังตัว และกลายเป็นรอยคล้ำใต้ตาได้ อีกทั้งผิวบริเวณเปลือกตาจะค่อยๆ บางลงตามวัย  ส่งผลให้รอยคล้ำเด่นชัดขึ้น ดังนั้นสาวๆ ควรจะทำความรู้จักกับชนิดของรอยหมองคล้ำกันก่อน และหาวิธีดูแลที่ใช้ได้ผลตั้งแต่เนินๆ ซึ่งรอยคล้ำใต้ตานั้น แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ตามนี้เลย   1.รอยคล้ำสีน้ำเงิน เกิดจาก เส้นเลือดอุดตัน ลักษณะ บริเวณรอบดวงตาเป็นจุดที่เส้นเลือดรวมตัวกัน เมื่อตาล้า เลือดจะไม่ไหลเวียน และปรากฏเป็นรอยคล้ำสีน้ำเงินที่ผิวเปลือกตา คนที่มีผิวขาวหรือผิวบางจะยิ่งมองเห็นได้ชัด มักเกิดขึ้นกับคนที่การไหลเวียนของเลือดไม่ดี เช่น คนที่มีอาการมือเท้าเย็น การดูแลรักษา เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี หรือเรตินอล ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณคอลลาเจน และเวลาแต่งหน้าให้ปกปิดรอยคล้ำด้วยคอนซีลเลอร์   2.รอยคล้ำสีดำ (อาการบวม ความหย่อนคล้อย) ลักษณะ ผิวหนังบริเวณขอบตาล่างซึ่งบางอยู่แล้ว จะยิ่งบางลงตามวัย พร้อมหับสูญเสียความยืดหยุ่นด้วยเมื่อไม่สามารถรองรับไขมันใต้ตาได้ ผิวหนังบริเวณดังกล่าวจึงนูนออกมา ทำให้เกิดเงาและการมองเห็นเป็นรอยคล้ำ เรียกว่ารอยคล้ำสีดำ ซึ่งเป็นรอยคล้ำที่พบมากที่สุด การดูแลรักษา รอยคล้ำสีดำไม่ใช่กระฝ้า จึงไม่สามารถปกปิดด้วยคอนซีลเลอร์ เนื่องจากการจากความหย่อนคล้อยของผิว จึงต้องดูปลด้วยการเพิ่มปริมาณคอลลาเจน คนที่บวมน้ำง่ายควรเลี่ยงการกินเค็ม หรือเครื่องดื่มเย็นๆ รอยคล้ำสีดำรักษายาก โดยมากต้องใช้วิธีผ่าตัดศัลยกรรมตามคลินิกผิวหนังและความงาม   3.รอยคล้ำสีน้ำตาล (กระ/ฝ้า/ความหมองคล้ำ) ลักษณะ เกิดจากกระเล็กๆ ใต้ตารวมตัวกัน จนเห็นเป็นรอยคล้ำสีน้ำตาล คนที่ชอบขยี้ตา หรือเป็นผื่นแพ้รอบดวงตา เคราตินบริเวณเปลือกตาจะก่อตัวหนา และเปลี่ยนเป็นรอยคล้ำในที่สุด การดูแลรักษา ใช้วิธีลอกหน้าผลัดเซลล์ผิวเช่นเดียวกับการดูแลรักษากระ/ฝ้า อย่างไรก็ตามผู้ที่เกิดผื่นแพ้ได้ง่าย ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังจะดีที่สุดเลยค่ะ

Read more...

5 เรื่องเข้าใจผิดในการบำรุงผิวหน้า

  5 เรื่องเข้าใจผิดในการบำรุงผิวหน้า   สารพัดข้อมูลความงามที่สาวๆ เคยรู้มานั้น มั่นใจได้ขนาดไหนว่าถูกต้อง 100% อาจมีบางเรื่องที่เราเผลอเข้าใจผิดก็เป็นได้ วันนี้ Perla จะพามาดูกันค่ะ ว่าการบำรุงผิวที่เกิดจากความผิดเล็กๆ น้อยๆ นั้นมีอะไรกันบ้าง 1.ความใจผิดเกี่ยวกับผิวแห้ง ความหมายของผิวแห้ง ก็คือ ผิวที่มีประสิทธิภาพในการคงความชุ่มชื้น หรือความสามารถในการกักเก็บน้ำลดลง หากเซราไมต์หรือสารคงความชุ่มชื้นบนผิวหนังลดลง ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ ก็จะทำให้ผิวแห้ง ถึงจะบำรุงผิวด้วยโดนเนอร์ ผิวก็ยังไม่สามารถเก็บความชุ่มชื้นได้ สิ่งที่สาวผิวแห้งควรทำ คือการเติมสารคงความชุ่มชื้น เช่น เซรั่มผสมเซราไมต์ให้กับผิวค่ะ 2.ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับรูขุมขน ขนาดของรูขุมขนขึ้นอยู่กับพันธุกรรม แต่ถ้าล้างความมันออกไม่หมด ก็จะทำให้รูขุมขนขยายได้ เนื่องจากรูขุมขนอุดตันหรือหย่อนคล้อย การล้างเครื่องสำอางด้วยการขัดถูก็จะยิ่งรบกวนผิว ที่ถูกคือต้องขจัดเซลล์ผิวเก่าออก และถ้ารูขุมขนหย่อนคล้อยก็ให้เพิ่มคอลลาเจนให้ชั้นหนังแท้ หรือบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ Anti-Aging นั่นเองค่ะ 3.ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระ/ฝ้า เมื่ออายุเริ่มแตะเลข 3 หลายๆ คนเริ่มเกิดกระบริเวณแก้ม หากเป็นกระจางๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงแรกสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งมาช่วยให้จางลงได้ แต่สำหรับกระที่เข้มข้นต้องใช้เลเซอร์ในการรักษา ส่วนผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งนั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดกระและฝ้ามากกว่าจะลดเลือน จึงควรทาให้ทั่วผิวหน้า จะได้ผลดีกว่าการทาเฉพาะจุด 4.ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการล้าง Make Up สิ่งที่สำคัญในการล้างเครื่องสำอาง นอกจากต้องสะอาดหมดจดแล้ว เรื่องที่สำคัญกว่าคือต้องรบกวนผิวให้น้อยที่สุด เพราะผลิตภัณฑ์ที่ล้างเครื่องสำอางได้ดี มักจะมีสารลดแรงตึงผิวซึ่งรบกวนผิวอยู่แล้ว ดังนั้นการเช็ดถูอย่างรุนแรงบริเวณผิวที่บอบบางอย่างเปลือกตา จึงห้ามทำเด็ดขาดนะคะ 5.ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการนอนหลับ หลายคนให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และการกินอาหารเสริม แต่กลับมองข้ามเรื่องการนอนหลับ ซึ่งในเวลาที่เราหลับนั้น เซลล์ผิวจะทำการแบ่งตัวและผลัดเซลล์ผิวใหม่ และการนอนหลับไม่เพียงพอจะขัดขวางกระบวนการดังกล่าว ทำให้ผิวแห้งกร้าน หมองคล้ำ ร่วงโรยเร็วขึ้น ดังนั้นสาวๆ ห้ามละเลยเรื่องการนอนหลับอย่างมีคุณภาพเด็ดขาดค่ะ

Read more...

เลือกโฟมล้างหน้ายังไง ให้เหมาะกับสภาพผิว

เลือกโฟมล้างหน้ายังไง ให้เหมาะกับสภาพผิว      การล้างหน้า ใครว่าไม่สำคัญ เพราะการล้างหน้านั้นส่งผลต่อผิวหน้าของเราแบบเต็มๆ เลยค่ะ บางคนล้างหน้าแล้วพบว่าผิวหน้าแห้งตึงจนเกินไป บางคนยิ่งล้างหน้า แทนที่หน้าจะยิ่งใส ก็กลับมีสิวผดเม็ดเล็กๆ ขึ้นเต็มไปหมด เลิกสงสัยได้เลยค่ะเพราะสาเหตุก็มาจากโฟมล้างหน้าที่เพื่อนๆ เลือกใช้ มันไม่เหมาะกับสภาพผิวนั่นเอง วันนี้ Perla จะมาแนะนำเทคนิคเลือกโฟมล้างหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวของเพื่อนๆ กันค่ะ เลือกโฟมล้างหน้าตามสภาพผิว  ผิวมัน     ปัญหาของผิวมัน ก็คือ ต่อมไขมันบนใบหน้าผลิตไขมันออกมามากเกินไปจนทำให้ใบหน้ามัน ไม่ควรเลือกโฟมที่แรงเกินไปจนล้างแล้วรู้สึกว่าใบหน้าแห้งมาก แต่ควรเลือกแบบที่มีคำว่า Oil Solution  หรือสูตรควบคุมความมันค่ะ ผิวแห้ง     ผิวแห้งเป็นผิวที่ขาดความชุ่มชื้นเพราะไม่ค่อยมีไขมันตามธรรมชาติ ให้เลือกใช้โฟมล้างหน้าที่มีมอยส์เจอร์ผสมอยู่ด้วยเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวหน้าไว้ ผิวธรรมดา     สำหรับสาวๆ ที่มีผิวธรรมดา หรือผิวผสม ก็จะโชคดีหน่อย เพราะสามารถเลือกใช้โฟมล้างหน้าได้หลายประเภท ไม่ต้องระมัดระวังมาก เพราะผิวหน้าจะมีปัญหาน้อยที่สุด ถ้าเทียบกับสภาพผิวแบบอื่น   ผิวคล้ำจากมลพิษ     ส่วนสาวๆ คนไหน ที่มีปัญหาผิวคล้ำหมองจากแสงแดด และมลพิษที่ต้องเจอทุกวัน ช่วงนี้ให้เลือกใช้โฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามินบี 3 และ บี 6 เพราะจะช่วยลดการสะสมของเม็ดสีผิวคล้ำที่อยู่ในชั้นผิวได้ ส่วนวิตามินซีและอีจะช่วยปรับสภาพผิวและลดผลกระทบของอนุมูลอิสระที่ทำให้ใบหน้าหมองคล้ำ ซึ่งจะช่วยให้ผิวหน้าค่อยๆ ปรับสภาพขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวมีสิวเสี้ยน     คนที่มีปัญหาสิวเสี้ยน แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเม็ดบีดส์สครับผิวหน้า เม็ดบีดส์จะทำความสะอาดผิวตามร่องลึกและช่วยผลัดเซลล์ผิว โดยไม่ทำลายสมดุลน้ำหล่อเลี้ยงผิว และถ้ามีส่วนผสมของวิตามินซีด้วยก็จะยิ่งดีเลยค่ะ    ผิวที่มีปัญหาสิว     สำหรับผิวหน้าที่ยังมีปัญหาเรื่องสิว ให้เลือกใช้โฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามินอีและซี เพราะจะช่วยลบเลือนรอยแผลเป็น และทำให้จุดด่างดำค่อยๆ จางลงได้ ลองดูสูตรที่ทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก เพื่อลดสาเหตุของการอุดตันโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง  ผิวที่มีรูขุมขนกว้าง     และสำหรับผิวที่มีรูขุมขนกว้าง เป็นอีกหนึ่งปัญหาของสาวๆ ที่เจอได้บ่อย ให้เลือกใช้โฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของโทนเนอร์จากธรรมชาติ หรือเช็ดผิวด้วยโทนเนอร์หลังล้างหน้า ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับและเล็กลงค่ะ    

Read more...

บิวท์ผิวสวยด้วยน้ำ 8 แก้ว

เชื่อว่าสาวๆ ทุกคนคงรู้กันหมดแหละ ว่าถ้าอยากให้ผิวสวย ใส ชุ่มชื้น ฉ่ำน้ำ ดูสุขภาพดี นุ่มๆ เด้งๆ แบบสาวเกาหลี ก็ต้องดื่มน้ำเปล่าให้ครบวันละ 8 แก้ว แต่พี่เพอร์ล่าท้าให้ลองถามเพื่อนที่นั่งโต๊ะข้างๆ ดูเลยค่ะ ว่าในแต่ละวันมีใครดื่มน้ำเปล่าได้ครบ 8 แก้วบ้าง พวกลาเต้ โกโก้ ชาเขียว นี่ไม่นับนะจ๊ะสาวๆ ยิ่งช่วงหน้าร้อนแบบนี้ อย่าปล่อยให้ร่างกายต้องเผชิญกับภาวะขาดน้ำเด็ดขาด วันนี้เลยนำเคล็บลับง่ายๆ จาก สสส.ที่จะทำให้ทุกคนดื่มน้ำครบวันละ 8 แก้ว มาฝากกันค่ะ 1.ตื่นนอน ปุ๊ป ให้ดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วทันที 2.ก่อนนอน ก็ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว 3.ก่อนอาหาร 3 มื้อ ดื่มน้ำเปล่าก่อน 1 แก้ว 4.หลังอาหาร 3 มื้อ ดื่มน้ำเปล่าล้างปาก 1 แก้ว 5.หลังไปห้องน้ำ ทำธุระ ถ่ายเบา ถ่ายหนัก กลับมาให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว         เป็นไงบ้างคะ 5 ข้อง่ายๆ แบบนี้ ลองทำตามดูนะคะ ถ้าทำประจำจนกลายเป็นนิสัยติดตัวไปแล้ว ร่างกายของเราก็จะต้องการดื่มน้ำในช่วงเวลานั้นไปเลยโดยอัตโนมัติ แล้วเพิ่มเติมด้วยการ make up ผิวหน้าให้สะอาดทุกครั้ง ร่วมกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคุณภาพ รับรองว่าผิวสวยๆ ใสๆ ได้มาไม่อยากค่ะ

Read more...